DIGIMON ADVENTURE

posted on 14 Dec 2011 22:13 by yunozukae
 
 ดิจิมอน แอดเวนเจอร์ เป็นการ์ตูนอนิเมะชั่นเรืองแรกที่ผมตัดสินใจซื้อVCD
(ในสมัยนั้นยังไม่มีDVDครับ) มายนถึงบ้าน เพราะเป็นการ์ตูนเรื่องแรกที่
ผมดูแล้วน้ำตาตกได้ (บ้าบอคอแตก) เรื่องโดยรวมมีความสนุกสนานต่อเนื่อง
น่าติดตามในตัว ช่วงแรกที่มาฉายในไทยนั้นผมยังไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่
จนได้มาดูจริงๆเพียงวันออกอากาศวันแรกในไทยวันที่ 14 มกราคม 2544
(รู้สึกตอนนั้นผมจะอยู่ประถม6)ทำให้ผมสนใจติดตามซีรีห์นี่เลยทีเดียว
เป็นการ์ตูนที่มี การวางจุดเปิดเรื่องได้น่าสนใจ ด้วยจุดเริ่มต้นของการ
ผจญภัยบนดิจิตอลเวิร์ลของเด็กที่ถูกเลือกทั้งเจ็ดคน 


 
ดิจิมอน แอดเวนเจอร์ เป็นการ์ตูนแนวแอ็คชั่น ผจญภัย แฟนตาซี
ถูกผลิตโดย บริษัท Premium Digital ออกอากาศครั้งแรกที่
ประเทศญี่ปุ่นวันที่ 7 มีนาคม 1999 ผ่านช่องฟูจิทีวี สร้างกระแสตอบรับ
ให้กับวัยรุ่นในประเทศญี่ปุ่นที่ชอบเล่นพวกทามะก๊อด ได้อย่างดี
จนได้มีการนำเข้าลิขสิทธิ์เข้ามาที่ไทย โดยช่องเก้าการ์ตูน และได้ออก
อากาศครั้งแรก เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2544
   ทั้งนี้มีการประชาสัมพันธ์เป็นที่ครึกโครม ทำให้กระแสการเลี้ยงดิจิตอล
มอนสเตอร์เป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นไทยไปด้วย หลังจากนั้นไม่นานบริษัท
Audio & Vedio ได้ทำการลิขสิทธิ์ต่อจากช่องเก้าการ์ตูน มาผลิดเป็นก
VCD การ์ตูนขายนั่นเอง
 
นอกจาก TV animation ของการ์ตูนเรื่องนี้แล้วยังมีผลงานมังกะออกมา
ให้เห็นอีกด้วย ซึ่งเขียนโดย อากิโยชิ ฮอนโกะ หนึ่งในทีมผู้สร้าง
อนิเมชั่นซีรีห์เรื่องนี้ และบริษัท Nation Entertrianment จำกัด
ได้ลิขสิทธิ์เข้ามาตีพิมพ์ให้คนไทยได้อ่านกัน

 
เนื้อเรื่องย่อ
  
   ไทจิ และเพื่อนๆร่วมโรงเรียนประถม ได้มาเข้าค่ายพักแรมที่โรงเรียนจัดขึ้น
โดยไทจิ และเพื่อนอีก 6 คนออกมาเล่นซุกซนนอกค่าย แล้วได้พบวัตถุแปลก
ประหลาดหล่นลงมาจากท้องฟ้า วัตถุชิ้นนั้นได้นำพาพวกเขา ไปสู่ดิจิตอลเวิรล์
ในนามเด็กที่ถูกเลือก และพวกเขาก็ได้พบกับดิจิม่อนคู่หูร่วมผจญภัยเพื่อกอบกู้
โลกดิจิตอล

เนื่อเรื่องการผจญภัยแบ่งได้หลักๆเป็นห้าช่วง
ช่วงแรก  เด็กที่ถูกเลือกทั้ง7 ผจญภัยบนเกาะไฟล์ ทำลายฟันเฟืองสีดำ
ช่วงที่สอง มุ่งสู่ทวีปเซเวอร์ ปะทะเอเทม่อน
ช่วงที่สาม ตามหาและปกป้องเด็กผู้เลือกคนที่แปด จากแวมเดม่อน
ช่วงที่สี่ ความผิดปกติของโลกดิจิตอล ปะทะดาร์กมาสเตอร์ทั้งสี่
ไคล์แม็ก ดิจิม่อนที่เป็นต้นเหตุความผิดปกติ ภาระกิจสุดท้ายเด็กที่ถูกเลือกที่8

 
เพลงประกอบ
 
 ดิจิมอน แอดเวนเจอร์มีเพลงOP 1 เพลงและ ED 2 เพลง รวมถึงเพลงประกอบ
ระหว่างดำเนินเรื่อง อีกทั้งทางช่องเก้าการ์ตูนยังได้มีการนำมาปรับเปลี่ยนเป็น
เพลงเวอร์ชั่นไทย ให้คอดิจิม่อนไทยได้ฟังกัน โดยมีรายละเอียดของเพลงดังนี้
OP - เพลง Butterfly ร้องโดย วาดะ โคจิ เป็นเพลงที่ตรึงใจชาวดิจิม่อนมาจน
ถึงทุกวันนี้ เรียกว่าเป็นเพลงเอกลักษณ์ประจำอนิเมะเรื่องนี้เลยก็ว่าได้
ED1- เพลง I wish ร้องโดย มาเอดะ ไอ ผู้ให้เสียงพากษ์ ทาจิคาวะ มีมี่
หนึ่งในเด็กผู้ถูกเลือก ในอนิเมะได้มีการนำเพลงนี้ประกอบในช่วงดำเนินเรื่องด้วย
ED2 - เพลง Keep on ร้องโดย มาเอดะ ไอ เป็นเพลงปิดเพลงที่สองที่เน้นจังหวะ
ความสนุกสนานแตกต่างจากEDตัวแรกของเรื่อง เป็นเพลงที่นับว่าไม่ค่อยเป็นที่
ฟังฮิตติดหูเท่าไหร่สำหรับซีรีห์อมิชั่นเรื่องนี้
ทั้งนี้ยังมีเพลงประกอบดังนี้
เพลง Brave Heart ร้องโดย มิยาซากิ อายูมิ เป็นอีกเพลงที่ตรึงใจชาวดิจิม่อน
โดยใช้จังหวะดนตรีช่วงIntro ของเพลง มาประกอบฉากเปลี่ยนร่างของเหล่า
ดิจิม่อน
เพลง Seven ร้องโดย วาดะ โคจิ เป็นเพลงประกอบเรื่องนี้ในช่วงแรกที่ยังมีเด็กที่ถูก
เลือกเพียงเจ็ดคน เป็นเพลงที่ให้การขับเคลื่อนเรื่องราวการผจญภัยได้อย่างลงตัว
 
ทั้งนี้ยังมีเพลงเหล่านี้ในเวอร์ชั่นไทยด้วยกันถึง 6 เพลง ซึ่งได้ใช้ชื่อเพลงดังต่อไปนี้
1 ปีกรัก
2 หัวใจที่กล้าแกร่ง
3 วันที่มีเรา
4 เจ็ดในหนึ่ง
5 ดิจิมอนฮิปฮอป
6 คู่หูดิจิมอน
ช่วงสมัยเห่อดิจิมอนภาคนี้ ผมได้แอบซื้ออัลบั้มเพลงของ
ช่องเก้าการ์ตูนเก็บไว้ด้วย ตอนนี้ผมยังเห็นมันอยู่เลย เก็บไว้อย่างดี
แต่ยังไงผมว่าเวอร์ชั่นญี่ปุ่นเขาทำมาดีที่สุดแล้วหล่ะครับ แต่ยังไง
ผลงานคนไทย เราก็ควรอุดหนุนกันหน่อยใช่ไหมครับ ? อิอิ
 

 
ลิ้งข้อมูลเกี่ยวกับดิจิม่อนแอดเวนเจอร์
http://animexz.net/neko/showthread.php?tid=52
http://www.facebook.com/pages/Digimon/109401525746436
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Digimon_Adventure.jpg
 
ประเมินผลภาพรวม
 
  ดิจิม่อนเป็นการ์ตูนเปิดโลกจินตนาการเรื่องใหม่ เรื่องนี้จะพูดถึงโลกอีกโลกนึง
นั้นคือโลกดิจิตอล (DIGITAL WORLD) เปิดม่านการผจญบนโลกดิจิตอล
โดยมีดิจิม่อนเป็นสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บนโลกนั้น ซึ่งได้ใช้มนุษย์เป็นตัวเล่าเรื่อง
แล้วก็มีดิจิมอนก็เปรียบเป็นมาสค่อตไว้ขายของให้กับอนิเมะเรื่องนี้

การวางโครงเรื่องเปิดตัวได้น่าสนใจ ได้มีการอธิบายความหมายและภาพรวม
ของโลกดิจิตอลให้กับคนดูได้เข้าใจถึงแก่นที่เล็กทีละน้อย
แต่เรื่องมีจุดเสียตรงฉากการแปลงร่างซ้ำซากของเหล่าดิจิม่อน
ความซักซ้อนของเรื่องนี้ไม่ค่อยมีมาก แต่ก็ทำให้คนที่ดูได้ลุ้นไปกับการผจญภัย
ของเด็กที่ถูกเลือกทั้งเจ็คคนไม่น้อย จุดข้อดีคือทุกครั้งที่มีตัวละครใหม่ออกมา
จะมีการบรรยายข้อมูลตัวละครนั้นๆไปในตัว เป็นการ์ตูนที่เหมาะสำหรับเด็กๆ
ดูซึ่งเป็นวัยที่ชอบคิดชอบจินตนาการ การ์ตูนเรื่องนี้นับว่าสามารถปลุกตรรกะ
เหล่านี้ให้กับเด็กๆได้อย่างดี
ดิจิม่อนได้มีการใช้ภาพออกแนวแฟนตาซีย้อนยุคผสมความทันสมัยได้อย่างลงตัว
ทั้งนี้ยังได้ใช้เอกลักษณ์ของการ์ตูนแนวโชนันมาสื่อ นั่นคือ สังเกตุได้จากพระเอก
การ์ตูนแนวโชนันส่วนใหญ่จะเป็นตัวแทนแห่งความกล้าหาญ และมีพระรอง
เป็นตัวแทนของมิตรภาพ ตัวละครหญิงเป็นตัวแทนของความรัก นี่อาจเป็นจุดยีม
แนวคิดจากการ์ตูนเรื่องอื่นมาใช้กับการ์ตูนของตัวเอง
พ่อตเรื่องเหล่านี้
สามารถพบได้กับการ์ตูนแนวโชนันเท่านั้น ผมชื่อว่าเด็กที่ถูกเลือกทั้งเจ็ด
และเพื่อนผองดิจิมอนคู่หูคงได้เข้าไปอยู่ในใจคนหลายคนในยุคนั้น เพราะดิจิม่อน
เป็นการ์ตูนที่สามารถดูได้ทุกเพศทุกวัย ไม่มีภาพเวื๋อหวา และภาษาที่รุนแรง
จึงเป็นการ์ตูนเรื่องนึงที่ผมแนะนำให้ทุกคนมีเก็บไว้เป็นคอลเล็คชั่นครับผม
 
 
 

edit @ 15 Dec 2011 02:20:53 by ~Yu_[no]_zukaE~

edit @ 15 Dec 2011 02:49:55 by ~Yu_[no]_zukaE~

edit @ 15 Dec 2011 03:14:46 by ~Yu_[no]_zukaE~

 
    สวัสดีครับ หลังจากอัพบล๊อคเพื่อการเรียนในรายวิชาของคณะจบไปแล้ว
คราวนี้จะขออัพบล๊อคด้วยข้อมูลอิสระของตัวเองบ้าง ซึ่งคราวนี้ผมจะทำบล๊อค
นี้ให้เป็นห้องเล็กๆของผมและรวบรวมเนื้อหาที่สนใจไว้ในนี้ เอาง่ายๆคือผมทำ
สาราณุกรมส่วนตัวของผมนั่นเองครับ ซึ่งสาราณุกรมนี้ก็จะกล่าวถึง ผลงาน
การ์ตูนในคอลเล็คชั่นของผมที่สะสมมาตั้งแต่สมัยประถม ซึ่งจะหยิบมาพูด
เกี่ยวกับเนื้อหาตัวละคร และวิภาควิจารณ์ งานอนิเมชั่นของบริษัทต่างๆ
ทั้งนี้รวมถึงผลงานมังกะในคอลเล็คชั่นด้วย ซึ่งการ์ตูนเหล่านี้ที่ผมจะอัพ
ขึ้นบล๊อคเป็นการ์ตูน ที่อยู่ในคอลเล็คชั่นของผมทั้งหมดครับ มาดูกันว่าผมมี
คอลเล็คชั่นเยอะขนาดไหนแล้ว
   ทั้งนี้ผมได้แสดงความเห็นส่วนตัวลงไปด้วย เพื่อให้แฟนๆอนิเมชั่นและ
มังกะทั้งหลายที่ยังไม่ได้ดู หรืออยากดูเรื่องเหล่านี้ ได้เอาข้อเสนอแนะ
ของผมไปเป็นแนวทางในการรับเลือกชมหรืออ่านการ์ตูนเหล่านี้ในอนาคตครับ
      นอกเหนือจากนั้นผมยังมีการกำหนดคะแนนของการ์ตูนเรื่องนั้นๆตาม
ความพึงพอใจของผมด้วยนะครับ ขอแนะนำว่า เนื้อหาส่วนวิภาควิจารณ์
ทั้งหมดมาจากทัศนคติส่วนตัวของผม ดังนั้นโปรดใช้วิจารณญาณ
ในการอ่านบล๊อคนี้ด้วยนะครับ
 
ใครคือยูโน๊ะ?
ยูโน๊ะคือชื่อเรียกสั้นๆของผมครับ ชื่อเต็มๆคือ YunozukaE เป็นโค๊ดเนม
ของผมเองโดยส่วนตัวแล้วผมเป็นคนชอบสะสมอนิเมะและหนังสือการ์ตูน
ตั้งแต่เด็ก ผมมีความสนใจและชื่นชอบด้านงานการ์ตูนเป็นพิเศษ
ผมเลยจะเอาความสนใจของผมมาเผยแพร่ลงบล๊อคซึ่งเป็นพื้นที่เล็กๆ
ไว้เก็บความทรงจำด้านการ์ตูนของ สร้างเป็นโลกของผมขึ้นมา ส่วนที่
พูดถึงนี้คือสาราณุกรม ซึ่งผมจะรวบรวมข้อมูลการ์ตูนที่น่าสนใจมา
แนะนำให้นะครับ
 
ทำไมถึงเป็นสาราณุกรม?
เพราะผมได้รวบรวมข้อมูลที่สำคัญของการ์ตูนเรื่องนั้นๆไว้ในบล๊อคนี้แล้ว
ซึ่งแน่นอนหากเกิดขาดเกินข้อมูลส่วนใดก็ช่วยกันดิชมบล๊อคของผม
ด้วยนะครับ และก็ขออภัยไว้ ล่วงหน้าด้วยนะคับ เนื่องจากบางทีอาจ
มีข้อความอันใดที่ล่วงละเมิดบุคคลหรือบริษัทใดๆ ผมอาจกระทำไปโดย
ไม่ได้ตั้งใจจึงขอให้ช่วยดูและตักเตือนผมด้วยนะครับ และทั้งนี้เพื่อความครบ
ถ้วนของข้อมูล ผมจะโพสแหล่งอ้างอิงค์ไว้ด้านล่างบล๊อคนั้นๆเสมอนะคับ
ด้วยความเคารพอย่างสูง นายยูโนซึเกะ
 
การออกเกรด
เกรดเหล่านี้คือการประเมิณเท่าๆไปตามหลักสากล แต่เกรดเหล่านี้จะเป็น
ผลรวมจากความเห็นและทัศนะคติของผมซะส่วนใหญ่ เพื่อความเข้าถึง
 
ในเนื้อหาเหล่านั้นซึ่งหลักการณ์ประเมินตามลำดับมีดังต่อไปนี้คับ
S      อยู่ที่ 10 คะแนนเท่านั้น
ฺA      อยู่ที่ 9.5 - 9.0 คะแนน
B+    อยู่ที่ 8.5 - 8.0 คะแนน
B      อยู่ที่ 7.5 - 7.0 คะแนน
C+    อยู่ที่ 6.5 - 5.5 คะแนน
C       อยู่ที่ 5.0 - 4.0 คะแนน
D+    อยู่ที่ 3.5 - 2.5 คะแนน
D      อยู่ที่ 2.0 - 1.0 คะแนน
F      อยู่ที่ 0.5 - 0.0 คะแนน
ทั้งนี้ลำดับคะแนนทั้งหมด มากจากความเห็นส่วนตัวของผมเท่านั้น
อเมชั่นเรื่องต่างๆจะสนุกหรือไม่ ก็อาจจะอยู่ที่รสนิยมส่วนตัวของบุคคคล
นั้นๆไปด้วยโปรดใช้วิจารณญาณในการวิเคราะห์
 
 
การจัดเกรดและคะแนน
การลำดับคะแนนของอนิเมชั่นนั้นๆ ผมได้จัดมาตราฐานตั้งแต่ 0-10 คะแนน
โดยมีเหตุผลของคะแนนต่างๆด้งต่อไปนี้คับ
 
0.0 อนิเมชั้นยอมแย่ ไม่มีอะไรน่าสนใจเลย อย่าได้ดูเลย น่าผิดหวังมาก
0.5 อนิเมชั้นยอดแย่ ไร้จุดสนใจ อย่าได้ดูเลย น่าผิดหวังมาก
1.0 อนิเมชั่นยอดแย่ ไม่เป็นที่ยอมรับ เนื้อหาไม่น่าสนใจ
     ไร้ความคิดสร้างสรรค์ น่าผิดหวัง
1.5 อนิเมชั่นยอดแย่ ไม่เป็นที่ยอมรับ เนื้อหาไม่น่าสนใจ
      ไร้ความคิดสร้างสรรค์ น่าผิดหวัง
2.0  อนิเมชั่นไม่น่าสนใจ ค่อนข้างผิดหวัง ไม่ค่อยมีความ
       คิดสร้างสรรค์ ไม่ค่อยแนะนำ
2.5  อนิเมชั่นไม่น่าสนใจ ค่อนข้างผิดหวัง ไม่ค่อยมีความคิด
       สร้างสรรค์ ไม่ค่อยแนะนำ
3.0  อนิเมชั่นน่าเบื่อ เนื้อเรื่องไม่ค่อยน่าติดตาม ไม่ค่อยมีความ
       คิดสร้างสรรค์ แต่มีความพยายามจะทำให้ดี
3.5  อนิเมชั่นน่าเบื่อ เนื่อเรื่องไม่ค่อยน่าติดตาม ไม่ค่อยมีความ
       คิดสร้างสรรค์ พอดูได้
4.0  อนิเมชั่นพอใช้ มีความพยายามจะทำดี แต่ยังไม่น่าสนใจ
      ไม่ค่อยแนะนำ พอมีความคิดสร้างสรรค์
4.5  อนิเมชั่้นพอใช้ มีความพยายามจะทำดี แต่ยังไม่น่าสนใจ
       ไม่ค่อยแนะนำ พอมีความคิดสร้างสรรค์
5.0  อนิเมชั่นพอใช่ พอรับได้ แต่ไร้สาระ ยังมีจุดควรปรับปรุงเล็กน้อย
       เนื้อเรื่องน่าสนใจเล็กน้อย
5.5  อนิเมชั่นพอใช้ พอรับได้ แต่ไร้สาระ มีจุดที่ควรปรับปรุงเล็กน้อย
       เนื่อเรื่องน่าสนใจเล็กน้อย
6.0  อนิเมชั่นที่ดี พอรับได้ ไม่ค่อยมีจุดที่ต้องปรับปรุง เนื่อเรื่อง
       น่าสนใจเล็กน้อย
6.5  อนิเมชั่นที่ดี พอรับได้ ไม่ค่อยมีจุดที่ต้องปรับปรุง เนื่อเรื่อง
       ค่อนข้างน่าสนใจ
7.0  อนิเมชั่นที่ดี น่าจะทำได้ดีมากกว่านี้ ไม่ค่อยมีจุดที่ต้องปรับปรุง
       เนื้อเรื่องน่าสนใจ
7.5  อนิเมชั่นดีเด่น ไม่ค่อยมีจุดที่ต้องปรับปรุง น่าจะดีได้อีก
       เนื้อเรื่องน่าสนใจ
8.0  อนิเมชั่นดีเด่น มีจุดปรับปรุงเล็กน้อย น่าจะดีได้อีก
       เนื้อเรื่องน่าสนใจมาก
8.5  อนิเมชั่นดีเด่น มีความน่าสนใจมากที่สุดเนื่อเรื่องสนุกสนาน
       ให้สาระแง่คิดดี
9.0  อนิเมชั่นยอดเยี่ยม มีความคิดสร้างสรรค์ โครงเรื่อง
      น่าสนใจ แนะนำให้รับชม
9.5  อนิเมชั่นยอดเยี่ยม สุดยอดจินตนาการสร้างสรรค์
       ให้สาระ เนื้อเรื่องสนุกสนาน แนะนำให้รับชม
10   อนิเมชั่นยอดเยี่ยม ไร้ที่ติ สุดยอดจินตนาการสร้างสรรค์
       แนะนำให้รับชมเป็นอย่างยิ่ง
     
ทั้งนี้ยังมีการประเมิณปลีกย่อยต่างๆ ไม่ว่าจะเรื่องของลายเส้น
เสียงที่ใช้ประกอบ เพลงประกอบ การออกภาพฉากและตัวละคร
ของเรื่องนั้นๆ การดำเนินเรื่องความน่าสนใจ ความต่อเนื่องในการติดตาม
โดยประเมินจากทัศนคติของผมด้วยด้วยตามภาพด้านล่างนี้ครับ

 
 
สารบัญสารานุกรม
 คลังการ์ตูนบนบล๊อคของนายยูโน๊ะ
 
       comming soon                          comming soon
 
 
 

edit @ 14 Dec 2011 21:49:26 by ~Yu_[no]_zukaE~

edit @ 14 Dec 2011 22:03:43 by ~Yu_[no]_zukaE~

edit @ 14 Dec 2011 22:05:28 by ~Yu_[no]_zukaE~

edit @ 14 Dec 2011 22:48:41 by ~Yu_[no]_zukaE~

THAI-CT

posted on 07 Sep 2011 08:14 by yunozukae
 
WHAT IS THAI-CARTOON
 
Thai comics are comics written and produced in Thailand. They began from regional comics such as ghost comics. The history of thai comics has began from the west painting in era of Jessadabodindra. After that in era of Vajiravudh jape thai comics was very popularity especial political jape comics. After Siamese Revolution of 1932 Thailand has many popular written such as Sawad Chutarop, the written of Sang Thong comics and Khun Maun, modified from Popeye and Mickey Mouse. In 1952 has began the first comics for children, Tuk Ka Ta written by Pimol Kalasee. Thailand has many popular comics such as Apaimanee Saga, the first Thai comic that can published to foreign country besides Thailand.
 
 
 
 
 
EXEcutional  is a Thai language comic book written by Panuwat Wattananukul . The comic is serialized in the Thai version of Weekly Shōnen Jump, C-Kids.
 
 
What is the story ?

Neo Universe was an online game that was very popular in the story. Ganda participated the game, hoping to become a GM like his brother Vissana. Unfortunately, Ganda was tricked by an Anti-GM member named Waipoj, and Ganda accidentally became one of the Anti-GM members.

However, Ganda learned later on that the Anti-GM was not an evil group as he thought. The real evil was GM members themselves as they were able to kill any player for their own purposes. The Anti-GM group was the only group that brave enough to challenge them, and it became an army when allies joined the group.

Ganda, accompanied by Passorn, the kind-young girl , Waipoj, the wily guy, Mr. Rabbit, the muscular person (?) with a rabbit head, Majsha, the chief of the group, Assada, and Kasem helped each other to complete the assigned missions. Moreover, Ganda also got a bunch of new friends in the game such as Mint, an active girl who helped Ganda in both investment and fighting, Eric Herb Company, and so on.

The highlight of part 1 was the battle between Anti-GM against GM in the Winchester War. Ganda also fought against his brother, Vissana. The winner was the Anti-GM army that was able to drive the GMs away.

edit @ 7 Sep 2011 08:41:20 by ~Yu_[no]_zukaE~

๋JOE นักสืบหัวปลาหมึก

posted on 24 Aug 2011 08:15 by yunozukae
 
การ์ตูนไทย : Joe นักสืบหัวปลาหมึก
เรื่อง - ภาพโดย : สุทธิชาติ ศราภับวานิช
 
ข้อมูลของการ์ตูนเรื่องนี้จะถูกอัพโหลดเร็วๆนี้ ติดตามได้ที่บล๊อคนี้นะครับ เรารวมเรื่องราวต่างๆในวงการการ์ตูนไทยมาใช้ท่านได้ชมกันครับ ^ ^

OGRE KING

posted on 24 Aug 2011 07:42 by yunozukae
 
การ์ตูนไทย : Ogre king (อหังการ์ราชันย์ยักษ์)
ภาพ - เรื่องโดย : มนตรี คุ้มเรือน ,อรุณทิวา วชิรพรพงศา
 
    กลับเข้าสู่การ์ตูนแนวคอมมิคยอดฮิตกันบ้าง นี่เป็นอีกหนึ่งผลงานที่นักอ่านการ์ตูนไทยไม่ควรพลาด อ๊อคคิงส์ อหังการ์ราชันย์ยักษ์ เป็นเรื่องราวที่ได้ผสมผสานวัฒนธรรมไทยเข้าไปด้วย แนวแฟนตาซีแอ็คชัน คอการ์ตูนไทยจึงไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง
 

      อหังการ์ราชันย์ยักษ์  เป็นการ์ตูนไทยในรูปแบบมังงะหรือคอมมิค ซึ่งผู้สร้างสรรค์ผลงานคือนักวาดการ์ตูนชาวไทยสองคนได้แก่ มนตรี คุ้มเรือน เป็นผู้วาดภาพ และ อรุณทิวา วชิรพรพงศา เป็นผู้แต่งเรื่อง มีการจัดพิมพ์เป็นรูปเล่มแบบพ็อคเก็ตบุ๊คขนาดไม่เกิน 200 หน้าและตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2552 โดยทีมงาน Cartoon Thai Studio ในเครือของ สยามอินเตอร์คอมิกส์ ปัจจุบันออกวางจำหน่ายแล้วจำนวน 5 เล่ม (ยังไม่จบ) และมีเล่มพิเศษอีก 1 เล่มในชื่อ Episode Zero:Shadow of The Knight

การ์ตูนไทยเรื่องโอเกอร์คิงเป็นการ์ตูนแนวแฟนตาซีร่วมสมัย ฉากต่าง ๆ นั้นเกิดขึ้นในดินแดนที่ถูกสมมุติขึ้นมา และมีความเป็นไทยรวมถึงวัฒนธรรมไทยหลาย อย่างสอดแทรกอยู่ภายในภาพและเนื้อหาตลอดทั้งเรื่อง จึงทำให้เป็นที่ติดอกติดใจของผู้อ่านการ์ตูนไทยหลายคน บางช่วงของเนื้อเรื่องยังมีการนำเอาประวัติศาสตร์ไทยมาดัดแปลงและวางบทบาทลงไปในเรื่องราวได้อย่างลงตัว โอเกอร์คิง มีเนื้อหาส่วนใหญ่เกี่ยวกับยักษ์ คาถาอาคมสมัยโบราณ และการผจญภัยของกลุ่มเพื่อน โดยมี "ชิน" เด็กน้อยวัย 15 ปี ซึ่งเป็นครึ่งคนครึ่งยักษ์เป็นตัวละครนำ

ก่อนหน้าที่โอเกอร์คิงจะถูกรวมเล่ม การ์ตูนเรื่องนี้เคยถูกตีพิมพ์ลงในนิตยสารราย ปักษ์ Mac X Big size แต่หลังจากที่นิตยสารเล่มนี้วางแผงออกมาได้เพียง 9 ฉบับ ก็หายสาบสูญไปจากแผงหนังสืออย่างไร้ร่องรอย แต่แม้กระนั้นฉบับรวมเล่มของโอเกอร์คิงก็ยังถูกตีพิมพ์ออกมาเรื่อยๆ และได้ออกภาคพิเศษในชื่อ Episode ZERO : Shadow of the knight ตีพิมพ์ลงในนิตสารรายสัปดาห์ C-Kids ฉบับที่ 10/209, 11/2009, 20/2009 และ 21/2009 รวมทั้งหมด 4 ตอน

โอเกอร์คิง ผลงานของ "มนตรี คุ้มเรือน" กับ "อรุณทิวา วชิรพรพงศา" เป็นการร่วมงานกันของนักเขียนการ์ตูนไทยสองคนที่รู้จักและสนิทสนมกันมานาน เมื่อช่วงปี พ.ศ. 2547 ทั้งสองคนเคยเขียนการ์ตูนลงในนิตยสารการ์ตูนไทย CX ก่อนที่จะย้ายมาเขียนการ์ตูนความรู้สำหรับเด็กให้กับสำนักพิมพ์ E.Q.PLUS ซึ่งทั้งสองคนได้จับมือกันสร้างผลงานเลื่องชื่อ จนได้รับรางวัลในสาขาการ์ตูนจากกระทรวงศึกษาธิการ จากการ์ตูนเรื่อง มหากาพย์กู้แผ่นดิน ถึงสองปีซ้อน

หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจกับสำนักพิมพ์เดิม มนตรี และอรุณทิวา ก็ตัดสินใจร่วมงานกันอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้ทั้งสองคนตั้งใจที่จะสร้างสรรค์ผลงานการ์ตูนไทยในรูปแบบของตัว เองอย่างเต็มตัว จนกลายมาเป็นโปรเจกต์การ์ตูนไทยเรื่องยาว โอเกอร์คิง ที่กำลังมัดใจผู้อ่านอยู่ในขณะนี้

ล่าสุด OGRE KING อหังการ์ราชันย์ยักษ์ ได้รับรางวัลการ์ตูนไทยยอดเยี่ยมประจำปี 2553 จากงาน Core Cartoon Award 2010 ซึ่งถือว่าเป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่รางวัลหนึ่งของวงการการ์ตูนไทย

 

โครงเรื่องของการ์ตูน

     โอเกอร์คิง เป็นเรื่องราวของชิน เด็กน้อยชาวป่าวัย 15 ปีที่รู้ว่าตนเองมีพ่อเป็นยักษ์ พ่อของชินถูกจอมขมังเวทย์ผู้ชั่วร้ายนามว่าสมิงดำสะกดหัวใจเอาไว้ เขาจึงต้องออกเดินทางโดยมีจุดหมายอยู่ที่กรุงศรีอยุธยา พร้อมกับนักรบจากหน่วยไอยราห้าเศียรและปิกัสโซ่ นักเดินทางจากอาณาจักรสเปนเพื่อไปช่วยพ่อกลับมา
 
จุดน่าสนใจของการ์ตูนเรื่องอ๊อคคิงส์
 
   การ์ตูนเรื่องนี้ได้นำเอาประวัติศาสตร์ไทยย้อนยุคมานำเสนอภาพเหตุการณ์และจินตนาการออกมาได้แนวแฟนตาซีตามเสต็บของคาเร็คเตอร์ตัวละครไทยในยุคสมัยโบราณ จึงเป็นตำนานการ์ตูนไทยที่มีชื่อเสียงและได้รับรางวัลย์มากมาย หนำซ้ำลายเส้นที่วาดยังน่าสนใจพอๆกับเนื้อหาในเรื่องที่น่าติดตามอีกด้วย จึงไม่ควรพลาดการ์ตูนเรื่องนี้เป็นอันขาดเหล่าคอการ์ตูนไทยทั้งหลาย
 
การวางจำหน่ายและภาพปก
 
 
เกี่ยวกับนักเขียน
 
การ์ตูนไทยเรื่องนี้ แต่แบ่งผู้แต่งเนื้อเรื่องและผู้วาดออกจากกันเราจึงมาดูประวัติของทั้งสองคนกันดีกว่า ว่ามีผลงานอะไรมาก่อนหน้าบ้างและมีที่มาที่ไปอย่างไรจึงได้มาร่วมมือกันเขียนเรื่องอ๊อคคิงส์
 
 
 
        ผู้แต่งเรื่อง : อรุณทิวา วชิรพรพงศา ผู้เขียนการ์ตูนเรื่อง แสบคูณสองเปตองพันธุ์เดือด ลงในนิตยสารการ์ตูนไทย CX เมื่อปี พ.ศ. 2547 ซึ่งตอนนั้นอรุณทิวาใช้นามปากกาว่า "Andaman Washira" หลังจากนิตยสารเล่มดังกล่าวปิดตัวลง จึงได้เปลี่ยนไปเขียนการ์ตูนความรู้สำหรับเด็ก และเป็นผู้แต่งเรื่องให้กับการ์ตูนเรื่อง มหากาพย์กู้แผ่นดิน (ทั้งหมด 5 เล่ม) ซึ่งการ์ตูนเรื่องนี้ได้ มนตรี คุ้มเรือน มาเป็นผู้เขียนภาพ และถือเป็นการร่วมงานกันอย่างเต็มตัวครั้งแรกของทั้งสองคน ปัจจุบันอรุณทิวามีผลงานการ์ตูนเรื่อง Ogre King อหังการ์ราชันย์ยักษ์ ในฐานะผู้แต่งเรื่องและเขียนสตอรี่บอร์ด และได้ มนตรี คุ้มเรือน เป็นผู้เขียนภาพเหมือนเช่นเคย และทั้งสองคนนี้ยังได้ร่วมกันเขียน Idol Berryz ตามติดชีวิตไอดอล การ์ตูนเรื่องสั้นความยาวตอนละ 5 หน้าลงในนิตยสารวัยรุ่น Berry ซึ่งวางแผงเป็นรายเดือนในปัจจุบันอีกด้วย
 
        ผูเวาดภาพ : มนตรี คุ้มเรือน เป็นนักวาดการ์ตูนชาวไทย ชื่อของมนตรีนั้นเป็นที่รู้จักของนักอ่านการ์ตูนไทยหลายคนจากการ์ตูนไทยเรื่อง บางระจันสปิริต ซึ่งลงตีพิมพ์ในนิตยสารการ์ตูน CX เมื่อช่วงปี พ.ศ. 2547 ก่อนที่นิตยสารฉบับนี้จะปิดตัวลง หลังจากนั้นจึงได้หันเหไปเขียนการ์ตูนเด็กแทน และมีผลงานออกมาไม่ต่ำกว่า 10 เล่ม ปัจจุบันกำลังเขียนการ์ตูนเรื่อง Ogre King อหังการ์ราชันย์ยักษ์ ร่วมกับนักเขียนการ์ตูนอีกคนคือ อรุณทิวา ลงในนิตยสารรายสัปดาห์ C-Kids และทั้งสองคนนี้ยังได้ร่วมกันเขียน Idol Berryz การ์ตูนเรื่องสั้นความยาวตอนละ 5 หน้าลงในนิตยสารวัยรุ่น Berry ซึ่งวางแผงเป็นรายเดือนในปัจจุบันอีกด้วย

edit @ 24 Aug 2011 08:23:22 by ~Yu_[no]_zukaE~

ปังปอนด์

posted on 24 Aug 2011 07:02 by yunozukae
 
การ์ตูนไทย : ปังปอนด์
ภาพ - เรื่องโดย : ภักดี แสนทวีสุข (ต่าย ขายหัวเราะ)
 
       จากการ์ตูนในหน้าหนังสือพิมพ์คราวนี้มาเป็นการ์ตูนไทยที่ทุกคนน่าจะคุ้นเคยกันบ้างนะครับ กับเรื่องไอ้ตัวเล็ก หรือ ปังปอนด์ ที่มีรวมฮิตในหนังสือขายหัวเราะแล้วปัจจุบันมีการแตกแขนงออกไปนานาเรื่อง ความสนุกของปังปอนด์คืออะไรลองมาติดตามดูนะครับ
 
        ปังปอนด์ เป็นชื่อชุดการ์ตูนไทยซึ่งเป็นผลงานของ ภักดี แสนทวีสุข (ต่าย ขายหัวเราะ) เดิมใช้ชื่อการ์ตูนชุดนี้ว่า ไอ้ตัวเล็ก เริ่มตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสารมหาสนุกในเครือสำนักพิมพ์บรรลือสาส์น ตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2533 ต่อมาจึงได้พิมพ์รวมเล่มในชื่อ "ไอ้ตัวเล็ก" โดยทยอยออกเป็นรายเดือน เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2535 เป็นต้นมา ภายหลังได้มีการเปลี่ยนชื่อหัวหนังสือเสียใหม่เป็น "ปังปอนด์" และมีคำว่า "ไอ้ตัวเล็ก" อยู่ข้างบน ตามชื่อตัวละครเอกของการ์ตูนชุดนี้ และยังคงตีพิมพ์ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมา การ์ตูนเรื่องปังปอนด์ได้รับการดัดแปลงไปเป็นการ์ตูนแอนิเมชั่น 2 มิติ และ 3 มิติ
 
ตัวละครในเนื้อเรื่อง
ปังปอนด์  เด็กชายผมสามเส้น มีนิสัยซุกซน มองโลกเหมือนกับเป็นสวนสนุก มีเรื่องต้องเล่นมากมาย
                แต่ความขี้เล่นของเขาบางครั้งไปทำความเดือดร้อนให้คนอื่น อายุ 5 ขวบ
นินจา     น้องชายของปังปอนด์ อายุอ่อนกว่าปังปอนด์ 2 ปี จุดเด่นคือมีเส้นผม 2 เส้น ในการตูนชุด
             ไอ้ตัวเล็กระบุว่าชาติก่อนนินจาเป็นเทวดาอยู่บนสวรรค์ แต่เพราะความป่วนของปังปอนด์ได้ทำให้
              เขาต้องจุติลงมาเกิดเป็นน้องชายของปัง ปอนด์ในเวลาต่อมา
ต่าย         เป็นสามีของกุ้ง อายุ 34 ปี ทำงานเป็นนักเขียนการ์ตูนให้กับบอกอวิติ๊ด
กุ้ง           ภรรยาของต่าย อายุ 30 ปี (ในปังปอนด์ แม่กุ้งจะเป็นผอมสูง ไว้ผมยาว ส่วนในการ์ตูนสามช่องจบ
               แม่ กุ้งจะเป็นผู้หญิงอ้วนไว้ผมหยิก ชอบใส่เสื้อลายจุด)
มิ้งค์          หลานสาวของต่าย อายุ 11 ปี แต่นับถือพ่อต่ายและแม่กุ้งเหมือนพ่อแม่ตัวเอง
หูตูบ         สุนัขที่ชอบมาเล่นกับปังปอนด์ตอนเด็กๆ ปรากฏอยู่ในการ์ตูนชุดไอ้ตัวเล็กระยะแรก ๆ
บิ๊ก           สุนัขพันธุ์บางแก้ว สัตว์เลี้ยงของปังปอนด์ อายุ 2 ขวบ
หนุมาน    เป็นตัวละครจากวรรณคดีเรื่อง "รามเกียรติ์" ที่ข้ามมิติมามีบทบาทร่วมกับปังปอนด์และนินจา
               ปรากฏอยู่ในไอ้ตัวเล็กฉบับหนังสือการ์ตูนบางตอน นอกจากนี้ยังมีการ์ตูนชุดของหนุมานโดย
               เฉพาะพิมพ์แทรกในหนังสือการ์ตูนชุดไอ้ ตัวเล็กด้วย แต่ปัจจุบันได้เลิกตีพิมพ์แล้ว สำหรับใน
               แอนิเมชั่นชุดปังปอนด์ หนุมานได้ปรากฏตัวครั้งแรกใน "ปังปอนด์ ดิ แอนิเชัน ตอน
               ตะลุยโลกอนาคต"

การวางจำหน่ายและภาพปก




ความน่าสนใจของเรื่องปังปอนด์

             ปังปอนด์เป็นการตูนไทยแนวตลกขบขันลายเส้นธรรมดาๆอ่านง่ายๆ ไม่จำเป็นต้องมีแง่คิด เน้นการใช้มุกฮาๆประกอบกับเรื่อง เป็นการ์ตูนที่สร้างขึ้นเพื่อลดความเครียดให้กับคนในสังคมไทย และในบางตอนก็สามารถให้แง่คิดดีๆในการใช้ชีิวิตกับผู้อ่านอีกด้วย เป็นการ์ตูนไทยเรื่องนึงที่มีชื่อเสียงจนได้สร้างเป็นอนิเมชั้นสองมิติและสามมิติออกมาได้อย่างที่เห็น


เกี่ยวกับนักเขียน

ภักดี แสนทวีสุข หรือ ต่าย ขายหัวเราะ นักเขียนการ์ตูนไทยสังกัดสำนักพิมพ์บรรลือสาส์น ผู้เป็นส่วนหนึ่งในการบุกเบิกหนังสือการ์ตูนขายหัวเราะและมหาสนุก และเป็นเจ้าของผลงานชุด "ปังปอนด์" ในปัจจุบัน


ภักดี แสนทวีสุข เกิดเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2503 ที่กรุงเทพมหานคร จบการศึกษาชั้นสุดท้ายที่ระดับประกาศนียบัตรวีชาชีพชั้นสูง (ปวส.) แผนกการโฆษณา จากวิทยาลัยการพาณิชย์พระนคร กรุงเทพมหานคร เมื่อ พ.ศ. 2522

ขณะที่ภักดีกำลังเรียนอยู่ชั้น ปวช. ปี 2 เขาได้นำต้นฉบับการ์ตูนมาเสนอต่อ บ.ก.วิธิต อุตสาหจิต บรรณาธิการหนังสือในเครือสำนักพิมพ์บรรลือสาส์น หลังจากพิจารณาผลงานอยู่ 2 วันแล้ว บ.ก. วิธิต จึงได้รับภักดีเข้าทำงานเขียนการ์ตูนในหนังสือการ์ตูน ขายหัวเราะ มหาสนุก ในต้นปี พ.ศ. 2523 ทันที นอกจากนี้เขายังได้เขียนนิยายภาพลงในหนังสือ หลายรส ซึ่งเป็นของบรรลือสาส์นเช่นกันอยู่ระยะหนึ่งด้วย

หลังจากที่ภักดีเรียนจบแล้ว เขายังได้เข้าทำงานอยู่ในบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่งเป็นเวลา 2 ปี พร้อมๆ กับการเขียนการ์ตูนในขายหัวเราะ-มหาสนุกด้วย จนกระทั่งปี พ.ศ. 2526 บ.ก.วิธิตจึงเรียกให้เขามาทำงานด้านการ์ตูนเต็มต้ว โดยให้รับตำแหน่งผู้ช่วยบรรณาธิการ ดูแลหนังสือการ์ตูนขายหัวเราะมหาสนุก และรับหน้าที่เขียนปกมหาสนุกในบางฉบับสลับกับนักเขียนการ์ตูนคนอื่นด้วยจน ถึงปัจจุบัน

ภักดีเผยโฉมเจ้าเด็กผมสามเส้น ปังปอนด์ และเจ้าเด็กผมสองเส้น นินจา เป็นครั้งแรกในนิตยสารการ์ตูน "มหาสนุก" เมื่อปี พ.ศ. 2533 ซึ่งผลตอบรับดีเกินคาด หลังจากนั้น 12 ปีก็มีการหยิบเอาการ์ตูนปังปอนด์มาทำเป็นแอนิเมชั่นออกฉายทางโทรทัศน์ช่อง 3 อ.ส.ม.ท.

ภักดีมีภรรยาชื่อ อุดมพร แสนทวีสุข หรือกุ้ง มีลูกชาย 2 คน คือ ภัทรกร แสนทวีสุข (ปังปอนด์) และ สมาธิ แสนทวีสุข (นินจา) ซึ่งภักดีได้เอามาใช้เป็นชื่อตัวละครหลักในการ์ตูนชุด ไอ้ตัวเล็ก อันเป็นการ์ตูนเรื่องสั้นที่ชุดได้รับความนิยมมากที่สุดของภักดีในปัจจุบัน

ในปี พ.ศ. 2553 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ได้มอบปริญญาเทคโนโลยีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (สาขาเทคโนโลยีมัลติมีเดีย) ให้แก่ภักดี แสนทวีสุขด้วย

edit @ 24 Aug 2011 20:36:50 by ~Yu_[no]_zukaE~

การ์ตูนไทย : ผู้ใหญ่มากับทุ่งหมาเมิน
เรื่อง - ภาพโดย : ชัย ราชวัตร
 
              การ์ตูนไทยที่ผ่านมามีแต่แนวคอมมิคทั้งนั้นลองพักมาเบรกกับการ์ตูนสามถึงสี่ช่องแนวอารมณ์ดีล้อเลียนสังคมไทยบนหน้าหนังสือพิมพ์กัน อย่างที่รู้จักกันในนาม ผู้ใหญ่มากับทุ่งหมาเมิน การ์ตูนไทยบนหน้าหนังสือพิมพ์ที่ได้รับการยอมรับทั่วประเทศ เป็นอย่างไรลองรับชมข้อมูลครับ
 
             ผู้ใหญ่มากับทุ่งหมาเมิน เป็นผลงานการ์ตูนของ ชัย ราชวัตร ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ โดยเนื่อหาเป็นแนวล้อเลียงเหตุการณ์สังคม ,การเเมือง ,และข่าวต่างๆในชีวิตประจำวัน การ์ตูนเรื่องนี้ได้ถูกตีพิมพ์ครั้งแรกตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2522 โดยมีตัวละครสำคัญดังนี้
  • ผู้ใหญ่มา - ผู้ใหญ่บ้านรูปร่างท้วม มีผ้าขาวม้าคาดพุง
  • ไอ้จ่อย - ลูกบ้านตัวผอม นุ่งผ้าขาวม้าผืนเดียว ใส่แว่นตาดำ ถือถุงกระดาษ

ผู้ใหญ่มากับทุ่งหมาเมิน ได้รับการนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ในปี พ.ศ. 2523 กำกับโดย สมชาติ รอบกิจ บทภาพยนตร์โดย หยอย บางขุนพรหม (ศรีศักดิ์ นพรัตน์) โดยมี ล้อต๊อก รับบท ผู้ใหญ่มา และ นพดล ดวงพร ในบทบาท ไอ้จ่อย

จุดน่าสนใจของเรื่อง

            เนื่องด้วยเป็นการ์ตูนสั้นอ่านง่ายและยังสะท้อนแง่คิดมุมมองทางสังคม จึงเป็นการ์ตูนไทยเรื่องแรกๆที่ได้มีการตีพิมพ์ลงหนังสือพิมพ์และเป็นที่ยอดฮิตจนถูกมาทำเป็นภาพยนตร์การ์ตูน ด้วยลายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์ของชัย ราชวัตร การ์ตูนเืรื่องนี้ได้ปลุกกระแสให้คนในสังคมลุกขึ้นสู้กับการเมืองไทยในปัจจุบัน

เกี่ยวกับนักเขียน

ชัย ราชวัตร เป็นนามปากกาของ นักวาดการ์ตูนชาวไทย มีผลงานเป็นที่รู้จักกันคือ ผู้ใหญ่มากับทุ่งหมาเมิน โดย เป็นการ์ตูนรายวันตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ประวัติของชัยราชวัตร

ชัย ราชวัตร มีชื่อจริงว่า สมชัย กตัญญุตานันท์ เป็นคนจังหวัดอุบลราชธานี เกิดเมื่อ พ.ศ. 2484 ในครอบครัวคนไทยเชื้อสายจีน หลังจากจบการศึกษาที่บ้านเกิดแล้ว ก็เข้ากรุงเทพมาเรียนวิชาบัญชีที่โรงเรียนกรุงเทพการบัญชีวิทยาลัย เพราะต้องการทำงานธนาคาร เมื่อเรียนจบก็ได้เข้าทำงานที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา แต่ก็ลาออกเพราะรู้สึกว่าเป็นงานที่น่าเบื่อชัยเริ่มทำงานด้านหนังสือโดยการเป็นฝ่ายศิลป์ให้หนังสือกีฬา ชื่อ เดอะเกม และหนังสือพิมพ์การเมือง ชื่อ ธงไชย และหนังสือพิมพ์มหาราษฎร์ ซึ่งชัยได้เริ่มต้นการเขียนการ์ตูนการเมืองชิ้นแรก ชื่อ “ใครจะเอากระพรวนไปแขวนคอแมว” จากนั้นได้วาดภาพประกอบ 'งิ้วการเมือง' และสร้างผลงานผู้ใหญ่มากับทุ่งหมาเมิน ในหนังสือพิมพ์รายวัน เดลินิวส์ และ ไทยรัฐ

GET SOME

posted on 15 Aug 2011 16:46 by yunozukae
 
การ์ตูนไทย : GET SOME
ภาพ - เรื่อง โดย : เอ้ พัชราภา
 
     การ์ตูนไทยที่ผมแนะนำไปสองเรื่องก็แตกต่างแนวทางการดำเนินเรื่องกันไปนะครับ สังเกตุได้ว่าไม่มีความซ้ำซากจำเจในการ์ตูนไทยเลยสามารถหาอ่านได้ทุกอัธรส ซึ่งอีกเรื่องที่ผมจะได้นำมาเสนอในวันนี้คือ การ์ตูนไทยแนวบู้ต่อสู้ เก็ท ซัม หรือนายจะเอา ลองมาดูกันเถอะครับว่าเรื่องนี้น่าสนใจอย่างไรกันบ้าง
 
    เก็ท ซัม (หรือ..นายจะเอา?) เป็นการ์ตูนไทยแนวบู้เน้นฉากแอ๊คชั่นต่อสู้และลายเส้นออกแนวทางการ์ตูนต่อสู้สายตะวันตก ด้วยผลงานของผู้หญิงยอดนักเขียนนามปากกา เอ้ พัชราภา ได้วาดภาพเนื่อเรื่องนี้ออกมาได้โดดเด่นน่าติดตาม วางจำหน่ายและออกตีพิมพ์โดยบริษัทสยามอินเตอร์มีเดียคอมมิคจำกัด ในนามของส่วน การ์ตูนไทยสตูดิโอ เป็นอีกผลงานที่ทางบริษัทภูมิใจนำเสนอ สำหรับคอการ์ตูนบู้แอ็คชั่น ห้ามพลาดผลงานดีัๆของคนไทยเรื่องนี้เลยทีเดียว
 
โครงเีืีรื่อง

เมืองเพรส เซินท์? พลิสท์? เมืองเล็กที่ค่อนข้างมีความเจริญเมืองหนึ่ง? เป็นเมืองที่มีความสงบสุขแต่ไม่ใช่ทุกที่เสมอไป? เพราะใกลางเมืองเต็มไปด้วยวัยรุ่นเกเรและเหล่าอันธพาลที่ชอบก่อความวุ่นวาย? โดยเฉพาะสอง-สามปีหลังมานี่เมืองนี้แทบจะขึ้นชื่อเรื่องอันธพาลไปแล้ว

คริ ส? เคนเซย์หนุ่มวัยรุ่นที่เพิ่งจบไฮสคูลมาหมาด ๆ เขาค่อนข้างมีชื่อเสียงในเรื่องต่อยตีกับแก็งอันธพาลและในหมู่วัยรุ่น? คริสกำลังจะเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยแต่พ่อของเขาซึ่งเป็นตำรวจกลับ ถูกกลุ่มอันธพาลรุมทำร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัสจนต้องลาออกจากการเป็นตำรวจและ กลับไปรักษาตัวที่เมืองหลวง? คริสซึ่งเกิดและเติบโดตมาในเมืองนี้จำต้องละทิ้งบ้าน? เพื่อน ๆ และความแค้นตามไปดูแลพ่อของตัวเอง

ต่อมาอีกสองปีเหล่าอันธพาลไม่เคย หมดไปจากเมือง? จิมมี่? วอร์เลน? รุ่นน้องของคริสถูกอันธพาลกลุ่มเดียวกันรุมทำร้ายอย่างโหดเหี้ยม? อาการเป็นตายเท่ากันหลังจากที่คริสรู้ข่าวเขาไม่ยอมนิ่งเฉยอีกต่อไป? นานสองปีที่เขาจำต้องจากเพรสเซินท์? พลิสท์ตอนนี้เขากลับมาปกป้องเมืองแห่งความทรงจำที่เคยสงบสุขของเขา

ความน่าสนใจของเรื่อง

เรื่อง เก็ทซัม หรือนายจะเอา เป็นการ์ตูนแนวบู้แอ๊คชั่นไม่ผสมแฟนตาซีเรื่องแรกๆของเมืองไทย ที่มีการนำเรื่องชกต่อยในชีวิตจริงมานำเสนอ และรวมถึงลายเส้นที่ออกไปทางแนวการ์ตูนตะวันตก และลักษณะการวาดและวางช่องที่น่าสนใจ จึงเป็นจุดขายสำหรับการ์ตูนไทยเรื่องนี้ครับ

การวางจำหน่ายและภาพปก

เกี่ยวกับนักเขียน

 เอ้ พัชราภา ยังไม่มีข้อมูลใดๆมาอ้างอิงค์ โปรดติดตามการอัพเดทนะครับ

edit @ 24 Aug 2011 07:01:02 by ~Yu_[no]_zukaE~

อภัยมณีซาก้า

posted on 15 Aug 2011 16:20 by yunozukae
 
การ์ตูนไทย : อภัยมณี ซาก้า
เรื่อง - ภาพ โดย : สุพจน์ อนวัชกรกร
 
คราวนี้มาถึงแนวแฟนตาซีอ้างอิงค์วรรณคดีไทยที่สร้างชื่อเสียงไปไกลถึงต่างประเทศมั่งนะครับ กับเรื่องอภัยมณีซาก้า เป็นการ์ตูนไทยอีกเรื่องที่นักอ่านการ์ตูนประเภทมังกะไม่ควรพลาด

 
อภัยมณี ซาก้า ป็นการ์ตูนไทย แนวผจญภัยผสมแฟนตาซี โครงเรื่องหลักเอามาจากวรรณคดีไทยเรื่องพระอภัยมณีของสุนทรภู่ แต่ได้ถูกแต่งเพิ่มเติมตามจินตนาการของผู้วาดเข้าไป เช่น ตัวมอนสเตอร์,ปีศาจ ได้ตีพิมพ์เป็นตอนลงในนิตยสารบูม ภายใต้ลิขสิทธิ์ในประเทศไทยเป็นของสำนักพิมพ์เนชั่นเอ็ดดูเทนเมนท์ นอกจากนี้การ์ตูน"อภัยมณีซาก้า"ยังเป็นการ์ตูนไทยเรื่องแรกที่ได้จำหน่ายยังต่างประเทศอีกด้วย
 
โครงเรื่อง

ณ นครรัตนา มีเจ้าชายรัชทายาทสององค์ คือ เจ้าชายอภัยมณี รัชทายาทอันดับหนึ่ง อายุ 17 ปี และเจ้าชายศรีสุวรรณ รัชทายาทอันดับสองผู้เป็นน้องชาย อายุ 16 ปี เจ้าชายอภัยมณีรักอิสระ มีความฝันอยากจะท่องเที่ยวไปในโลกกว้าง ส่วนเจ้าชายศรีสุวรรณ เป็นผู้คลั่งไคล้ในวิชากระบอง

วันหนึ่ง ขณะที่เจ้าชายทั้งสองเที่ยวเล่นอยู่นอกวัง ก็พบว่าในวังเกิดไฟไหม้ จึงรีบกลับมาดู ก็พบว่ามีผู้คิดลอบปลงพระชนม์พระบิดา และช่วยกันลงมือคลี่คลายสถานการณ์ลงไปได้ ผู้ลอบปลงพระชนม์นี้เป็น Gem sorcerer หรือ จอมเวทอัญมณี ซึ่งตามเนื้อเรื่องกล่าวว่า Gem sorcerer เป็นจอมเวทที่เน้นใช้พลังจากอัญมณี โดยจะฝังอัญมณีเอาไว้ในร่างตั้งแต่เด็ก และใช้อัญมณีนี้เป็นต้นกำเนิดพลังเวทมนตร์ทั้งหมดของตน พระราชาตระหนักดีว่าคนที่ลอบปลงพระชนม์นี้เป็นแค่ลูกกระจ๊อก ถูกเขาส่งมาหยั่งเชิง อัญมณีที่ ใช้ก็เป็นแค่ระดับต่ำ และทราบว่านับแต่นี้หายนะกำลังเริ่มต้น จึงออกคำสั่งเป็นคำขาดให้โอรสทั้งสองออกจากนครไปศึกษาวิชาความรู้ยังตัก กศิลาเป็นเวลา 2 ปี เพื่อไม่ให้เจ้าชายทั้งสองพลอยซวยไปด้วย

เจ้าชายทั้งสองก็ออกเดินทางไปศึกษาตามคำสั่งโดยไม่เอะใจ เมื่อครบกำหนดสองปี ก็เดินทางกลับมายังนครรัตนาอีกครั้ง เพื่อจะพบว่านครรัตนาใกล้พินาศแล้ว เพราะโดนทหารต่างชาติกองทัพของ Gem sorcerer โจมตี เจ้าชายทั้งสองได้พบกับทหารรับจ้างที่พระราชาบิดาของพวกตนจ้างวานมา (พระราชาสวรรคตไปแล้ว) เจ้าชายศรีสุวรรณผู้มีวิชาต่อสู้ได้ร่วมมือกันต่อสู้ขับไล่พวกทหารต่างชาติ ออกจากนครไป พระอภัยมณีที่สู้ไม่เป็นเลยอยู่ให้กำลังใจอยู่กลางวง

ฝ่ายศัตรูมีกำลังคนมากเกินไป จนทั้งสี่เริ่มรับมือไม่ไหว ทำให้พระอภัยมณีตัดสินใจใช้วิชาปี่ที่เรียนมา โดยเตือนให้พรรคพวกทั้งสี่ละวางจิตสังหารเสีย แล้วเริ่มเป่าปี่ชัก นำทหารศัตรูที่มีจิตสังหารทุกคนให้ฆ่าฟันกันเองจนล้มตาย หลังศัตรูตายหมดแล้ว ก่อนที่สามทหารรับจ้างและศรีสุวรรณจะฟื้นจากภวังค์เพลงปี่ นางผีเสื้อสมุทรก็ปรากฏกายขึ้นพาพระอภัยจากไป

ความน่าสนใจของเรื่อง

เป็นการ์ตูนไทยที่นำวรรณคดีไทยมาเขียนเป็นเรื่องราวแนวแฟนตาซีประยุกษ์ผสานแบบใหม่ สามารถเผยแพร่ไปให้ชื่อเสียงแก่ประเทศไทยในต่างประเทศ และมีสายเส้นที่สวยงามน่าติดตามน่าสนใจ รวมถึงโครงเรื่องและคาเร็คเตอร์ที่ใช้จินตนาการเหนือสุนทรภู่ที่แต่งไว้ จึงเป็นการ์ตูนที่ติดชาร์ตความน่าสนใจของนักอ่านอีกเรื่องเลยทีเดียว แสดงให้เห็นว่าคนไทยทำอะไรไม่แพ้ชาติใดในโลก

การวางจำหน่ายและภาพปก


 

เกี่ยวกับนักเขียน

สุพจน์ อนวัชกชกร หรือที่ใช้ในนามแฝงของนักเขียนการ์ตูนว่า "SUPOT.A" เกิดเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2515 ได้เขียนการ์ตูนมานานในนิตยสาร BOOM ได้ร่วมกับทีมงานและเขียนการ์ตูนครั้งแรก "SEARCH" แต่ยังเขียนไม่จบ จนกระทั่งได้เขียนภาคต่อคือเรื่อง "SEARCH II" และได้จบลงอย่างสมบูรณ์ ต่อมาก็เว้นว่างไปพักหนึ่งจนกระทั่งได้หันมาเขียนเรื่อง "APAIMANEE SAGA" จากเค้าโครงเรื่อง พระอภัยมณี ของท่านบรมกวีครูกลอนสุนทรภู่ ซึ่งมีเนื้อเรื่องต่างจากเรื่องเดิมค่อนข้างมาก โดยได้แต่งเป็นแนวแฟนตา

edit @ 15 Aug 2011 16:44:36 by ~Yu_[no]_zukaE~