DIGIMON ADVENTURE
posted on 14 Dec 2011 22:13 by yunozukae








edit @ 15 Dec 2011 02:20:53 by ~Yu_[no]_zukaE~
edit @ 15 Dec 2011 02:49:55 by ~Yu_[no]_zukaE~
edit @ 15 Dec 2011 03:14:46 by ~Yu_[no]_zukaE~









edit @ 15 Dec 2011 02:20:53 by ~Yu_[no]_zukaE~
edit @ 15 Dec 2011 02:49:55 by ~Yu_[no]_zukaE~
edit @ 15 Dec 2011 03:14:46 by ~Yu_[no]_zukaE~



































edit @ 14 Dec 2011 21:49:26 by ~Yu_[no]_zukaE~
edit @ 14 Dec 2011 22:03:43 by ~Yu_[no]_zukaE~
edit @ 14 Dec 2011 22:05:28 by ~Yu_[no]_zukaE~
edit @ 14 Dec 2011 22:48:41 by ~Yu_[no]_zukaE~


Neo Universe was an online game that was very popular in the story. Ganda participated the game, hoping to become a GM like his brother Vissana. Unfortunately, Ganda was tricked by an Anti-GM member named Waipoj, and Ganda accidentally became one of the Anti-GM members.
However, Ganda learned later on that the Anti-GM was not an evil group as he thought. The real evil was GM members themselves as they were able to kill any player for their own purposes. The Anti-GM group was the only group that brave enough to challenge them, and it became an army when allies joined the group.
Ganda, accompanied by Passorn, the kind-young girl , Waipoj, the wily guy, Mr. Rabbit, the muscular person (?) with a rabbit head, Majsha, the chief of the group, Assada, and Kasem helped each other to complete the assigned missions. Moreover, Ganda also got a bunch of new friends in the game such as Mint, an active girl who helped Ganda in both investment and fighting, Eric Herb Company, and so on.
The highlight of part 1 was the battle between Anti-GM against GM in the Winchester War. Ganda also fought against his brother, Vissana. The winner was the Anti-GM army that was able to drive the GMs away.
edit @ 7 Sep 2011 08:41:20 by ~Yu_[no]_zukaE~


อหังการ์ราชันย์ยักษ์ เป็นการ์ตูนไทยในรูปแบบมังงะหรือคอมมิค ซึ่งผู้สร้างสรรค์ผลงานคือนักวาดการ์ตูนชาวไทยสองคนได้แก่ มนตรี คุ้มเรือน เป็นผู้วาดภาพ และ อรุณทิวา วชิรพรพงศา เป็นผู้แต่งเรื่อง มีการจัดพิมพ์เป็นรูปเล่มแบบพ็อคเก็ตบุ๊คขนาดไม่เกิน 200 หน้าและตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2552 โดยทีมงาน Cartoon Thai Studio ในเครือของ สยามอินเตอร์คอมิกส์ ปัจจุบันออกวางจำหน่ายแล้วจำนวน 5 เล่ม (ยังไม่จบ) และมีเล่มพิเศษอีก 1 เล่มในชื่อ Episode Zero:Shadow of The Knight
การ์ตูนไทยเรื่องโอเกอร์คิงเป็นการ์ตูนแนวแฟนตาซีร่วมสมัย ฉากต่าง ๆ นั้นเกิดขึ้นในดินแดนที่ถูกสมมุติขึ้นมา และมีความเป็นไทยรวมถึงวัฒนธรรมไทยหลาย อย่างสอดแทรกอยู่ภายในภาพและเนื้อหาตลอดทั้งเรื่อง จึงทำให้เป็นที่ติดอกติดใจของผู้อ่านการ์ตูนไทยหลายคน บางช่วงของเนื้อเรื่องยังมีการนำเอาประวัติศาสตร์ไทยมาดัดแปลงและวางบทบาทลงไปในเรื่องราวได้อย่างลงตัว โอเกอร์คิง มีเนื้อหาส่วนใหญ่เกี่ยวกับยักษ์ คาถาอาคมสมัยโบราณ และการผจญภัยของกลุ่มเพื่อน โดยมี "ชิน" เด็กน้อยวัย 15 ปี ซึ่งเป็นครึ่งคนครึ่งยักษ์เป็นตัวละครนำ
ก่อนหน้าที่โอเกอร์คิงจะถูกรวมเล่ม การ์ตูนเรื่องนี้เคยถูกตีพิมพ์ลงในนิตยสารราย ปักษ์ Mac X Big size แต่หลังจากที่นิตยสารเล่มนี้วางแผงออกมาได้เพียง 9 ฉบับ ก็หายสาบสูญไปจากแผงหนังสืออย่างไร้ร่องรอย แต่แม้กระนั้นฉบับรวมเล่มของโอเกอร์คิงก็ยังถูกตีพิมพ์ออกมาเรื่อยๆ และได้ออกภาคพิเศษในชื่อ Episode ZERO : Shadow of the knight ตีพิมพ์ลงในนิตสารรายสัปดาห์ C-Kids ฉบับที่ 10/209, 11/2009, 20/2009 และ 21/2009 รวมทั้งหมด 4 ตอน
โอเกอร์คิง ผลงานของ "มนตรี คุ้มเรือน" กับ "อรุณทิวา วชิรพรพงศา" เป็นการร่วมงานกันของนักเขียนการ์ตูนไทยสองคนที่รู้จักและสนิทสนมกันมานาน เมื่อช่วงปี พ.ศ. 2547 ทั้งสองคนเคยเขียนการ์ตูนลงในนิตยสารการ์ตูนไทย CX ก่อนที่จะย้ายมาเขียนการ์ตูนความรู้สำหรับเด็กให้กับสำนักพิมพ์ E.Q.PLUS ซึ่งทั้งสองคนได้จับมือกันสร้างผลงานเลื่องชื่อ จนได้รับรางวัลในสาขาการ์ตูนจากกระทรวงศึกษาธิการ จากการ์ตูนเรื่อง มหากาพย์กู้แผ่นดิน ถึงสองปีซ้อน
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจกับสำนักพิมพ์เดิม มนตรี และอรุณทิวา ก็ตัดสินใจร่วมงานกันอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้ทั้งสองคนตั้งใจที่จะสร้างสรรค์ผลงานการ์ตูนไทยในรูปแบบของตัว เองอย่างเต็มตัว จนกลายมาเป็นโปรเจกต์การ์ตูนไทยเรื่องยาว โอเกอร์คิง ที่กำลังมัดใจผู้อ่านอยู่ในขณะนี้
ล่าสุด OGRE KING อหังการ์ราชันย์ยักษ์ ได้รับรางวัลการ์ตูนไทยยอดเยี่ยมประจำปี 2553 จากงาน Core Cartoon Award 2010 ซึ่งถือว่าเป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่รางวัลหนึ่งของวงการการ์ตูนไทย

โครงเรื่องของการ์ตูน




edit @ 24 Aug 2011 08:23:22 by ~Yu_[no]_zukaE~





ภักดี แสนทวีสุข เกิดเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2503 ที่กรุงเทพมหานคร จบการศึกษาชั้นสุดท้ายที่ระดับประกาศนียบัตรวีชาชีพชั้นสูง (ปวส.) แผนกการโฆษณา จากวิทยาลัยการพาณิชย์พระนคร กรุงเทพมหานคร เมื่อ พ.ศ. 2522
ขณะที่ภักดีกำลังเรียนอยู่ชั้น ปวช. ปี 2 เขาได้นำต้นฉบับการ์ตูนมาเสนอต่อ บ.ก.วิธิต อุตสาหจิต บรรณาธิการหนังสือในเครือสำนักพิมพ์บรรลือสาส์น หลังจากพิจารณาผลงานอยู่ 2 วันแล้ว บ.ก. วิธิต จึงได้รับภักดีเข้าทำงานเขียนการ์ตูนในหนังสือการ์ตูน ขายหัวเราะ มหาสนุก ในต้นปี พ.ศ. 2523 ทันที นอกจากนี้เขายังได้เขียนนิยายภาพลงในหนังสือ หลายรส ซึ่งเป็นของบรรลือสาส์นเช่นกันอยู่ระยะหนึ่งด้วย
หลังจากที่ภักดีเรียนจบแล้ว เขายังได้เข้าทำงานอยู่ในบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่งเป็นเวลา 2 ปี พร้อมๆ กับการเขียนการ์ตูนในขายหัวเราะ-มหาสนุกด้วย จนกระทั่งปี พ.ศ. 2526 บ.ก.วิธิตจึงเรียกให้เขามาทำงานด้านการ์ตูนเต็มต้ว โดยให้รับตำแหน่งผู้ช่วยบรรณาธิการ ดูแลหนังสือการ์ตูนขายหัวเราะมหาสนุก และรับหน้าที่เขียนปกมหาสนุกในบางฉบับสลับกับนักเขียนการ์ตูนคนอื่นด้วยจน ถึงปัจจุบัน
ภักดีเผยโฉมเจ้าเด็กผมสามเส้น ปังปอนด์ และเจ้าเด็กผมสองเส้น นินจา เป็นครั้งแรกในนิตยสารการ์ตูน "มหาสนุก" เมื่อปี พ.ศ. 2533 ซึ่งผลตอบรับดีเกินคาด หลังจากนั้น 12 ปีก็มีการหยิบเอาการ์ตูนปังปอนด์มาทำเป็นแอนิเมชั่นออกฉายทางโทรทัศน์ช่อง 3 อ.ส.ม.ท.
ภักดีมีภรรยาชื่อ อุดมพร แสนทวีสุข หรือกุ้ง มีลูกชาย 2 คน คือ ภัทรกร แสนทวีสุข (ปังปอนด์) และ สมาธิ แสนทวีสุข (นินจา) ซึ่งภักดีได้เอามาใช้เป็นชื่อตัวละครหลักในการ์ตูนชุด ไอ้ตัวเล็ก อันเป็นการ์ตูนเรื่องสั้นที่ชุดได้รับความนิยมมากที่สุดของภักดีในปัจจุบัน
edit @ 24 Aug 2011 20:36:50 by ~Yu_[no]_zukaE~

ผู้ใหญ่มากับทุ่งหมาเมิน ได้รับการนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ในปี พ.ศ. 2523 กำกับโดย สมชาติ รอบกิจ บทภาพยนตร์โดย หยอย บางขุนพรหม (ศรีศักดิ์ นพรัตน์) โดยมี ล้อต๊อก รับบท ผู้ใหญ่มา และ นพดล ดวงพร ในบทบาท ไอ้จ่อย

จุดน่าสนใจของเรื่อง
เนื่องด้วยเป็นการ์ตูนสั้นอ่านง่ายและยังสะท้อนแง่คิดมุมมองทางสังคม จึงเป็นการ์ตูนไทยเรื่องแรกๆที่ได้มีการตีพิมพ์ลงหนังสือพิมพ์และเป็นที่ยอดฮิตจนถูกมาทำเป็นภาพยนตร์การ์ตูน ด้วยลายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์ของชัย ราชวัตร การ์ตูนเืรื่องนี้ได้ปลุกกระแสให้คนในสังคมลุกขึ้นสู้กับการเมืองไทยในปัจจุบัน
เกี่ยวกับนักเขียน
ชัย ราชวัตร เป็นนามปากกาของ นักวาดการ์ตูนชาวไทย มีผลงานเป็นที่รู้จักกันคือ ผู้ใหญ่มากับทุ่งหมาเมิน โดย เป็นการ์ตูนรายวันตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ประวัติของชัยราชวัตร
ชัย ราชวัตร มีชื่อจริงว่า สมชัย กตัญญุตานันท์ เป็นคนจังหวัดอุบลราชธานี เกิดเมื่อ พ.ศ. 2484 ในครอบครัวคนไทยเชื้อสายจีน หลังจากจบการศึกษาที่บ้านเกิดแล้ว ก็เข้ากรุงเทพมาเรียนวิชาบัญชีที่โรงเรียนกรุงเทพการบัญชีวิทยาลัย เพราะต้องการทำงานธนาคาร เมื่อเรียนจบก็ได้เข้าทำงานที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา แต่ก็ลาออกเพราะรู้สึกว่าเป็นงานที่น่าเบื่อชัยเริ่มทำงานด้านหนังสือโดยการเป็นฝ่ายศิลป์ให้หนังสือกีฬา ชื่อ เดอะเกม และหนังสือพิมพ์การเมือง ชื่อ ธงไชย และหนังสือพิมพ์มหาราษฎร์ ซึ่งชัยได้เริ่มต้นการเขียนการ์ตูนการเมืองชิ้นแรก ชื่อ “ใครจะเอากระพรวนไปแขวนคอแมว” จากนั้นได้วาดภาพประกอบ 'งิ้วการเมือง' และสร้างผลงานผู้ใหญ่มากับทุ่งหมาเมิน ในหนังสือพิมพ์รายวัน เดลินิวส์ และ ไทยรัฐ
เมืองเพรส เซินท์? พลิสท์? เมืองเล็กที่ค่อนข้างมีความเจริญเมืองหนึ่ง? เป็นเมืองที่มีความสงบสุขแต่ไม่ใช่ทุกที่เสมอไป? เพราะใกลางเมืองเต็มไปด้วยวัยรุ่นเกเรและเหล่าอันธพาลที่ชอบก่อความวุ่นวาย? โดยเฉพาะสอง-สามปีหลังมานี่เมืองนี้แทบจะขึ้นชื่อเรื่องอันธพาลไปแล้ว
คริ ส? เคนเซย์หนุ่มวัยรุ่นที่เพิ่งจบไฮสคูลมาหมาด ๆ เขาค่อนข้างมีชื่อเสียงในเรื่องต่อยตีกับแก็งอันธพาลและในหมู่วัยรุ่น? คริสกำลังจะเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยแต่พ่อของเขาซึ่งเป็นตำรวจกลับ ถูกกลุ่มอันธพาลรุมทำร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัสจนต้องลาออกจากการเป็นตำรวจและ กลับไปรักษาตัวที่เมืองหลวง? คริสซึ่งเกิดและเติบโดตมาในเมืองนี้จำต้องละทิ้งบ้าน? เพื่อน ๆ และความแค้นตามไปดูแลพ่อของตัวเอง
ต่อมาอีกสองปีเหล่าอันธพาลไม่เคย หมดไปจากเมือง? จิมมี่? วอร์เลน? รุ่นน้องของคริสถูกอันธพาลกลุ่มเดียวกันรุมทำร้ายอย่างโหดเหี้ยม? อาการเป็นตายเท่ากันหลังจากที่คริสรู้ข่าวเขาไม่ยอมนิ่งเฉยอีกต่อไป? นานสองปีที่เขาจำต้องจากเพรสเซินท์? พลิสท์ตอนนี้เขากลับมาปกป้องเมืองแห่งความทรงจำที่เคยสงบสุขของเขา
ความน่าสนใจของเรื่อง
เรื่อง เก็ทซัม หรือนายจะเอา เป็นการ์ตูนแนวบู้แอ๊คชั่นไม่ผสมแฟนตาซีเรื่องแรกๆของเมืองไทย ที่มีการนำเรื่องชกต่อยในชีวิตจริงมานำเสนอ และรวมถึงลายเส้นที่ออกไปทางแนวการ์ตูนตะวันตก และลักษณะการวาดและวางช่องที่น่าสนใจ จึงเป็นจุดขายสำหรับการ์ตูนไทยเรื่องนี้ครับ
การวางจำหน่ายและภาพปก





เกี่ยวกับนักเขียน
เอ้ พัชราภา ยังไม่มีข้อมูลใดๆมาอ้างอิงค์ โปรดติดตามการอัพเดทนะครับ
edit @ 24 Aug 2011 07:01:02 by ~Yu_[no]_zukaE~

ณ นครรัตนา มีเจ้าชายรัชทายาทสององค์ คือ เจ้าชายอภัยมณี รัชทายาทอันดับหนึ่ง อายุ 17 ปี และเจ้าชายศรีสุวรรณ รัชทายาทอันดับสองผู้เป็นน้องชาย อายุ 16 ปี เจ้าชายอภัยมณีรักอิสระ มีความฝันอยากจะท่องเที่ยวไปในโลกกว้าง ส่วนเจ้าชายศรีสุวรรณ เป็นผู้คลั่งไคล้ในวิชากระบอง
วันหนึ่ง ขณะที่เจ้าชายทั้งสองเที่ยวเล่นอยู่นอกวัง ก็พบว่าในวังเกิดไฟไหม้ จึงรีบกลับมาดู ก็พบว่ามีผู้คิดลอบปลงพระชนม์พระบิดา และช่วยกันลงมือคลี่คลายสถานการณ์ลงไปได้ ผู้ลอบปลงพระชนม์นี้เป็น Gem sorcerer หรือ จอมเวทอัญมณี ซึ่งตามเนื้อเรื่องกล่าวว่า Gem sorcerer เป็นจอมเวทที่เน้นใช้พลังจากอัญมณี โดยจะฝังอัญมณีเอาไว้ในร่างตั้งแต่เด็ก และใช้อัญมณีนี้เป็นต้นกำเนิดพลังเวทมนตร์ทั้งหมดของตน พระราชาตระหนักดีว่าคนที่ลอบปลงพระชนม์นี้เป็นแค่ลูกกระจ๊อก ถูกเขาส่งมาหยั่งเชิง อัญมณีที่ ใช้ก็เป็นแค่ระดับต่ำ และทราบว่านับแต่นี้หายนะกำลังเริ่มต้น จึงออกคำสั่งเป็นคำขาดให้โอรสทั้งสองออกจากนครไปศึกษาวิชาความรู้ยังตัก กศิลาเป็นเวลา 2 ปี เพื่อไม่ให้เจ้าชายทั้งสองพลอยซวยไปด้วย
เจ้าชายทั้งสองก็ออกเดินทางไปศึกษาตามคำสั่งโดยไม่เอะใจ เมื่อครบกำหนดสองปี ก็เดินทางกลับมายังนครรัตนาอีกครั้ง เพื่อจะพบว่านครรัตนาใกล้พินาศแล้ว เพราะโดนทหารต่างชาติกองทัพของ Gem sorcerer โจมตี เจ้าชายทั้งสองได้พบกับทหารรับจ้างที่พระราชาบิดาของพวกตนจ้างวานมา (พระราชาสวรรคตไปแล้ว) เจ้าชายศรีสุวรรณผู้มีวิชาต่อสู้ได้ร่วมมือกันต่อสู้ขับไล่พวกทหารต่างชาติ ออกจากนครไป พระอภัยมณีที่สู้ไม่เป็นเลยอยู่ให้กำลังใจอยู่กลางวง
ฝ่ายศัตรูมีกำลังคนมากเกินไป จนทั้งสี่เริ่มรับมือไม่ไหว ทำให้พระอภัยมณีตัดสินใจใช้วิชาปี่ที่เรียนมา โดยเตือนให้พรรคพวกทั้งสี่ละวางจิตสังหารเสีย แล้วเริ่มเป่าปี่ชัก นำทหารศัตรูที่มีจิตสังหารทุกคนให้ฆ่าฟันกันเองจนล้มตาย หลังศัตรูตายหมดแล้ว ก่อนที่สามทหารรับจ้างและศรีสุวรรณจะฟื้นจากภวังค์เพลงปี่ นางผีเสื้อสมุทรก็ปรากฏกายขึ้นพาพระอภัยจากไป
ความน่าสนใจของเรื่อง
เป็นการ์ตูนไทยที่นำวรรณคดีไทยมาเขียนเป็นเรื่องราวแนวแฟนตาซีประยุกษ์ผสานแบบใหม่ สามารถเผยแพร่ไปให้ชื่อเสียงแก่ประเทศไทยในต่างประเทศ และมีสายเส้นที่สวยงามน่าติดตามน่าสนใจ รวมถึงโครงเรื่องและคาเร็คเตอร์ที่ใช้จินตนาการเหนือสุนทรภู่ที่แต่งไว้ จึงเป็นการ์ตูนที่ติดชาร์ตความน่าสนใจของนักอ่านอีกเรื่องเลยทีเดียว แสดงให้เห็นว่าคนไทยทำอะไรไม่แพ้ชาติใดในโลก
การวางจำหน่ายและภาพปก





เกี่ยวกับนักเขียน
สุพจน์ อนวัชกชกร หรือที่ใช้ในนามแฝงของนักเขียนการ์ตูนว่า "SUPOT.A" เกิดเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2515 ได้เขียนการ์ตูนมานานในนิตยสาร BOOM ได้ร่วมกับทีมงานและเขียนการ์ตูนครั้งแรก "SEARCH" แต่ยังเขียนไม่จบ จนกระทั่งได้เขียนภาคต่อคือเรื่อง "SEARCH II" และได้จบลงอย่างสมบูรณ์ ต่อมาก็เว้นว่างไปพักหนึ่งจนกระทั่งได้หันมาเขียนเรื่อง "APAIMANEE SAGA" จากเค้าโครงเรื่อง พระอภัยมณี ของท่านบรมกวีครูกลอนสุนทรภู่ ซึ่งมีเนื้อเรื่องต่างจากเรื่องเดิมค่อนข้างมาก โดยได้แต่งเป็นแนวแฟนตา
edit @ 15 Aug 2011 16:44:36 by ~Yu_[no]_zukaE~